ผลของข้อสัญญาที่จำเป็นและ ข้อสัญญาที่ห้ามใช้


ตอนนี้เราคงพอเห็นภาพของลักษณะข้อสัญญาที่มีการกำหนดให้เป็นข้อสัญญาที่จำเป็นต้องกำหนดไว้ในสัญญาที่เป็น ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา เช่นเดียวกับข้อสัญญาที่ห้ามใช้ในธุรกิจดังกล่าว แม้ว่าเราจะไม่ได้นำข้อสัญญาทุกข้อและธุรกิจที่ควบคุมสัญญาทุกประเภทมากล่าวถึงไว้ในที่นี้ก็ตาม หากกฎหมายกำหนดให้มีข้อสัญญาบางประเภท หรือห้ามมีข้อสัญญาบางประเภท แต่ไม่ได้กำหนดผลบังคับอย่างไรไว้ การกำหนดของกฎหมายก็คงจะไร้ผล ในตอนนี้เราจึงจะมากล่าวถึงผลของการที่ไม่ได้ดำเนินการตามที่มีการกำหนดไว้ทั้งในส่วนของการไม่ใส่ข้อสัญญาที่จำเป็นไว้และการฝ่าฝืนใส่ข้อสัญญาที่ถูกห้ามไว้

ก่อนที่จะไปถึงรายละเอียดในส่วนของผลบังคับนั้น ประเด็นหนึ่งที่คงจะต้องทำความเข้าใจกันตั้งแต่ต้นก่อน คือ การกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับการกำหนด แบบ ของสัญญาที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้สัญญาบางประเภทต้องทำตามแบบที่กำหนดไว้ การไม่ทำสัญญาตาม แบบ ที่กำหนดไว้นี้จะส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของสัญญานั้นที่อาจจะทำให้สัญญานั้นไม่มีผลทางกฎหมาย สัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดไว้ให้สามารถกำหนดเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาได้ คือ สัญญาที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ หากในสัญญาเหล่านี้ไม่มีการทำเป็นหนังสือตามที่กำหนด ผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องพิจารณาจากกฎหมายหลักที่กำหนดเรื่องแบบให้ทำเป็นหนังสือ ไม่ใช่กรณีที่จะต้องพิจารณาจากกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

กรณีของสัญญาเช่าซื้อที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้ต้องทำเป็น หนังสือ และเป็นสัญญาที่ถูกกำหนดให้เป็น ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคด้วย หากสัญญาเช่าซื้อใดไม่ได้ทำเป็นหนังสือย่อมทำให้สัญญาเช่าซื้อนั้นตกเป็นโมฆะเสียเปล่าไปทั้งหมดซึ่งย่อมรวมถึงบรรดาข้อสัญญาต่างๆ ที่กำหนดไว้ไม่ว่าข้อสัญญานั้นจะเป็นข้อสัญญาที่จำเป็นต้องมีหรือข้อสัญญาที่ห้ามใช้ แต่หากสัญญาเช่าซื้อนั้นได้มีการทำเป็น หนังสือ ถูกต้องแล้ว สัญญาเช่าซื้อนั้นย่อมมีผลทางกฎหมายที่ใช้บังคับได้ แต่ ข้อสัญญา แต่ละข้อจะมีผลใช้ได้เพียงใดจึงจะเป็นเรื่องที่ต้องมาดูประกอบกับหลักเกณฑ์ที่กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดไว้

ในทางกลับกัน กรณีที่ไม่ได้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของข้อสัญญาที่จำเป็นต้องใช้และข้อสัญญาที่ห้ามใช้นั้นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของสัญญาด้วยเช่นกัน หากสัญญานั้นได้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นั้น สัญญาที่ทำขึ้นยังคง สมบูรณ์ อยู่ แต่สิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาในแต่ละกรณีที่เกี่ยวพันกับข้อสัญญาแต่ละข้อก็ต้องเป็นไปตามที่ประกาศกำหนดไว้

ในแง่มุมหนึ่งอาจจะมองได้ว่ากฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งคู่สัญญาไม่อาจตกลงกันให้แตกต่างเป็นอย่างอื่นได้ การทำสัญญาที่ ขัด กับสิ่งที่กฎหมายเหล่านี้บัญญัติไว้จึงอาจจะตกเป็นโมฆะด้วยเหตุที่เป็น นิติกรรมใดที่มีเงื่อนไขอันไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่ผลของกฎหมายดังกล่าวเป็นผลของกฎหมายทั่วไปที่ใช้บังคับกับนิติกรรมทั่ว ๆ ไป ในขณะที่ผลของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคนี้ได้มีการบัญญัติกำหนดผลไว้โดยเฉพาะแล้วจึงไม่ควรที่จะต้องนำผลของกฎหมายที่บัญญัติไว้สำหรับกรณีทั่ว ๆ ไปมาบังคับอีก

นอกจากนั้น การให้สัญญาที่ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดตกเป็น โมฆะ  อาจจะทำให้ผลของกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ไม่สามารถให้ความคุ้มครองผู้บริโภคได้ตามเจตนารมณ์ของการบัญญัติกฎหมาย เพราะหากถือว่าสัญญาทั้งฉบับตกเป็นโมฆะเสียแล้ว สิ่งใดๆ ที่ทำมาต้องถือว่าเสียเปล่าไปทั้งหมด ข้อสัญญาทุกๆ ข้อย่อมเสียไปด้วย ไม่ว่าข้อนั้นจะเป็นข้อสัญญาที่จำเป็นต้องใช้ หรือเป็นข้อสัญญาที่ห้ามใช้ สิ่งเดียวที่สามารถทำได้จึงจะเหลือแต่การให้คู่สัญญากลับคืนสู่สถานะเดิมก่อนทำสัญญา ต้องคืนและชดใช้ราคาที่จำเป็นให้แก่กัน เช่น หากไม่ได้มีการใส่ข้อสัญญาที่จำเป็นต้องใช้ไว้ การให้ถือว่าเป็น โมฆะ ย่อมทำให้สัญญาเสียเปล่าและทำให้ข้อสัญญาที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ไม่มีโอกาสนำมาใช้  ข้อสัญญาตามประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเองก็มีหลายประการ มีทั้งข้อที่มีความสำคัญมากและข้อที่มีความสำคัญน้อย การที่ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อที่มีความสำคัญน้อยก็ไม่ควรที่จะส่งผลที่ร้ายแรงถึงขนาดทำให้สัญญาต้องเสียเปล่าไป แต่ครั้นจะแยกแยะความสำคัญของข้อสัญญาเหล่านี้ก็ทำได้ยากในทางปฏิบัติและกฎหมายเองก็ไม่ได้กำหนดให้ต้องทำเช่นนั้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การถือตามแนวทางข้างต้นนี้อาจจะมีผลทำให้ผู้ประกอบธุรกิจเลือกที่ไม่ใส่ข้อสัญญาที่จำเป็นไว้ เพราะไม่ต้องการให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความมีอยู่ของข้อสัญญาเหล่านี้ ทำให้ผู้บริโภคไม่รู้ถึงสิทธิของตนเองและไม่สามารถใช้สิทธิของตนได้ แต่ผลดังกล่าวนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ที่ทำให้ผู้บริโภคได้รู้ถึงสิทธิของตัวเองมากยิ่งขึ้นซึ่งจะทำให้กฎหมายที่บัญญัติขึ้นนี้ส่งผลคุ้มครองผู้บริโภคได้ตามเจตนารมณ์

ข้อสัญญาที่จำเป็นต้องใช้

สำหรับกรณีของ ข้อสัญญาที่จำเป็นต้องใช้ กฎหมายกำหนดไว้ว่าหากไม่มีการใช้ข้อสัญญาเหล่านี้ หรือใช้แต่รายละเอียดของข้อสัญญาไม่ได้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ให้ถือว่าสัญญาที่ทำขึ้นนั้นได้ใช้ข้อสัญญาดังกล่าวแล้ว หรือได้ใช้ข้อสัญญาตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้แล้ว

ตัวอย่างเช่น หากในสัญญาเช่าซื้อฉบับหนึ่งไม่ได้กำหนดให้สิทธิผู้บริโภคในกรณีที่ต้องการจะชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดเพื่อปิดบัญชีให้ได้รับส่วนลดร้อยละ 50 ของค่าเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนด ในกรณีนี้แม้สัญญาไม่ได้กำหนดไว้ แต่ด้วยผลของกฎหมายที่บัญญัติจะต้องถือเสมือนว่าสัญญาฉบับดังกล่าวได้มีข้อสัญญาที่ให้สิทธิผู้บริโภคได้รับส่วนลดร้อยละ 50 ของค่าเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระด้วย ผู้บริโภคจึงสามารถอ้างอิงข้อสัญญาที่กำหนดตามประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเพื่อขอรับส่วนลดร้อยละ 50 ในกรณีที่ตนจะชำระค่าเช่าซื้อในคราวเดียวทั้งหมดเพื่อปิดบัญชี

อีกตัวอย่างหนึ่งสำหรับกรณีสัญญาใช้บัตรเครดิต แม้ในสัญญาไม่ได้กำหนดให้สามารถระงับการใช้บัตรเครดิตเป็นการชั่วคราวได้ก็ต้องถือเสมือนว่าสัญญาที่ทำขึ้นมีข้อสัญญาที่อนุญาตให้ผู้บริโภคสามารถขอระงับการใช้บัตรเครดิตชั่วคราวได้ และการขอระงับดังกล่าวสามารถทำได้ทางโทรศัพท์ตามประกาศของคณะกรรมการ

ข้อสัญญาที่ห้ามใช้

          สำหรับกรณีของ ข้อสัญญาที่ห้ามใช้ ตามประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญานั้น หากมีการฝ่าฝืนด้วยการกำหนดข้อสัญญาเหล่านี้ไว้ในสัญญาด้วย กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้ถือว่าสัญญาที่ทำขึ้นไม่มีข้อสัญญาดังกล่าวอยู่ด้วย การใช้สิทธิและการปฏิบัติตามหน้าที่ของคู่สัญญาจึงต้องใช้และปฏิบัติเสมือนว่าไม่มีข้อสัญญาที่ต้องห้ามเหล่านี้อยู่ด้วย

          ตัวอย่างเช่นหากในสัญญาเช่าซื้อได้กำหนดข้อสัญญาในลักษณะที่ว่า ให้ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชำระเงินตามมูลหนี้ในส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ ในกรณีผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ และกลับเข้าครอบครองรถยนต์ แม้จะมีข้อสัญญานี้อยู่ แต่ในการบังคับตามสิทธิของผู้ให้เช่าซื้อก็ต้องถือเสมือนว่าไม่มีข้อสัญญาข้อนี้อยู่ ผู้ให้เช่าซื้อจะอ้างข้อสัญญาดังกล่าวเพื่อขอให้ผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อที่ขาดอยู่ไม่ได้ ส่วนสิทธิหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในกรณีนี้จะเป็นอย่างไรก็คงต้องถือปฏิบัติตามที่หลักเกณฑ์ทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

          ในกรณีของสัญญาใช้บัตรเครดิต หากมีการกำหนดข้อสัญญาในทำนองที่ว่า ให้ผู้บริโภคต้องผูกพันตามประกาศหรือหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบธุรกิจโดยผู้บริโภคไม่ได้รับแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรแม้ต่อมาผู้ให้บริการบัตรเครดิตจะเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ของสัญญา หากไม่ได้แจ้งให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าแล้วก็ต้องถือว่าข้อสัญญาที่เปลี่ยนแปลงนั้นไม่มีผลผูกพันผู้บริโภค เพราะถือเสมือนว่าไม่มีข้อสัญญาที่ให้สิทธิผู้ให้บริการบัตรเครดิตสามารถเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในลักษณะดังกล่าวได้

          ผลทั้งสองลักษณะนี้คงจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครองได้มากขึ้น โดยสามารถใช้สิทธิในข้อสัญญาที่แม้ไม่ปรากฏในสัญญา แต่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดให้มีได้ และในขณะเดียวกันก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากข้อสัญญาที่ถูกนำมาใช้โดยฝ่าฝืนข้อกำหนดของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาด้วย


ข้อสัญญาที่จำเป็นต้องใช้
·       ถือว่ามีข้อสัญญาตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการฯ กำหนด แม้ในสัญญาจะไม่มีข้อสัญญาดังกล่าวอยู่ หรือมีแต่เงื่อนไขแตกต่างกัน

ข้อสัญญาที่ห้ามใช้
·       ถือว่าไม่มีข้อสัญญาดังกล่าวอยู่ในสัญญา



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ความรับผิดของผู้ถือหุ้น หุ้นส่วน หรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมนิติบุคคล

บางครั้งก็ต้องยอม

แบ่งท้องที่ทำธุรกิจ